ลิเวอร์พูล ทรุดหนัก ช่วงนี้ถ้าเป็นแฟนหงส์ก็น่าจะรู้สึกเหมือนกันหมด คือดูทีมแล้วมันมีอะไรบางอย่างที่ขาดหายไป มันไม่ได้เป็นความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นแบบเฉพาะกิจ หรืออุบัติเหตุในเกมใดเกมหนึ่ง แต่เป็นความรู้สึกว่า จังหวะของทีมมันไม่คลิก เหมือนวงดนตรีที่ยังไม่เข้าคีย์เดียวกัน ต่อให้เพลงที่เล่นจะคุ้นเคยแค่ไหน มันก็ยังออกมาไม่กลมอยู่ดี และนี่แหละ คือสิ่งที่ทำให้ฤดูกาลนี้ของลิเวอร์พูลดูอึดอัดเป็นพิเศษ
เกมเยือนที่น่ากังวลมากกว่าตัวสกอร์
เวลาออกไปเล่นนอกบ้าน ลิเวอร์พูลช่วงนี้เหมือนทีมที่ต้อง เริ่มจากการเอาตัวรอดก่อน มากกว่าจะคุมจังหวะหรือกำหนดเกมแบบที่เคยทำได้ ความมั่นใจที่เคยมีหายไปเยอะมาก และสิ่งนี้มันมองออกได้ง่ายจากภาษากายของนักเตะ การส่งบอลที่ลังเลครึ่งเสี้ยววินาที การเลือกช็อตที่ไม่เฉียบเหมือนเดิม
มันไม่ได้หมายความว่าทีมนี้รันระบบไม่เป็น หรือโค้ชทำงานผิดจังหวะ แต่คือบางครั้งพอทีมเสียความมั่นใจในเกมเยือน มันจะเหมือนภาพจำ ที่คอยวนกลับมาเรื่อย ๆ ทำให้ต้องเล่นอย่างกลัว ไม่ได้เล่นอย่างเชื่อในตัวเอง และตรงนี้แหละที่แฟนบอลรู้สึกได้ก่อนตัวเลขจะพูดซะอีก
ลิเวอร์พูล ทรุดหนัก เพราะโฟกัสของทีมยังไม่หยุดนิ่ง
การเป็นแชมป์เก่าไม่ใช่ภาระ แต่เป็นโจทย์สำคัญที่ต้องรู้ว่าต้องเล่นยังไงเพื่อตั้งลมหายใจของทีมให้ถูกจังหวะ ทีมชุดนี้ไม่ใช่ทีมธรรมดา นักเตะมีประสบการณ์เกินพอ แต่เหมือนจังหวะการตัดสินใจในพื้นที่อันตรายยังไม่คมเหมือนเดิม
มันไม่ใช่แค่เรื่องแท็คติกหรือตำแหน่ง มันเกี่ยวกับ mindset เต็ม ๆ ฟุตบอลระดับนี้ความมั่นใจคือทุกอย่าง พอมั่นใจหายการสัมผัสบอลเปลี่ยน พอสัมผัสบอลเปลี่ยนจังหวะเกมพังทั้งระบบ
หลายจังหวะที่เคยเห็นลิเวอร์พูล ไล่บีบแล้วแย่งคืนในทันที ตอนนี้มันกลายเป็นไล่แบบจ่ายภาษี คือทำตามระบบ แต่ขาดแรงฮึดในหัวใจ

ตัวเลขที่สะท้อนว่ามันไม่ใช่เรื่องฟอร์มแย่วันสองวัน
สิ่งที่เจ็บจริง ๆ คือ จำนวนประตูที่เสียกับรูปเกมที่ปล่อยให้คู่แข่งเข้าถึงพื้นที่อันตรายง่ายเกินไป แทนที่แผงกองหลังจะเป็นกำแพง มันกลับดูเหมือนประตูที่เปิดทิ้งไว้ ไม่ได้พัง แต่พร้อมโดนลมกระแทกก็เปิดอ้าได้ทุกเมื่อ
แต้มที่หายไปในช่วงต้นฤดูกาลแบบนี้มันสำคัญมาก เพราะพรีเมียร์ลีกไม่ได้รอใคร ถ้าคุณช้ากว่าคู่แข่งเพียงสองเกม คุณอาจถูกทิ้งห่างเป็นเดือน และถ้าบางมุมมองจะบอกว่า ยังมีเวลาก็จริง แต่ในทางฟุตบอล ความเชื่อมั่นไม่ใช่ปุ่มกดเปิด-ปิด มันต้องค่อย ๆ ปรับ ค่อย ๆ สร้าง ซึ่งตอนนี้ทีมยังหาจุดนั้นไม่เจอ
ลิเวอร์พูล ทรุดหนัก แต่ยังไม่ใช่จุดจบ
สิ่งที่ต้องจำคือ ทีมนี้ไม่ได้แย่ และไม่ได้หลงทางจนหายไปไหน จุดดีของลิเวอร์พูลยังมีให้เห็นเยอะ โดยเฉพาะผู้เล่นดาวรุ่งบางรายที่พยายามพิสูจน์ตัวเองในแต่ละเกม ความพยายามเหล่านี้ไม่เคยหายไป เพียงแต่มันยังไม่กลายเป็นระบบที่แน่นพอ และเสียงวิจารณ์ภายนอกมันกดดันมาก ถึงขั้นมีคำว่า เจมี่ คาร์ราเกอร์ จวก ออกมาให้เห็น แต่สำหรับทีมระดับนี้ การโดนกดดันคือเรื่องปกติ คำถามคือ คุณจะจัดการกับแรงกดนั้นยังไงมากกว่า
ช่วงพักหรือช่วงปรับเกมคือโอกาสในการ รีเซ็ตลมหายใจ ลิเวอร์พูลยังมีพื้นที่ให้เติบโต ยังมีโครงสร้างทีมที่พร้อมกลับมา ขอแค่หาจังหวะให้เจอ เหมือนนักวิ่งที่ต้องกลับมาควบคุมลมหายใจตัวเองก่อนเร่งสปีดอีกรอบ
ไม่ต้องตื่นตระหนก แต่ต้องมองให้ออก
ตอนนี้ไม่ใช่เวลามองทีมด้วยอารมณ์ แต่ต้องมองด้วยความเข้าใจว่าบอลมันเป็นเรื่องของจังหวะ และความมั่นใจมากพอ ๆ กับแท็คติก แฟนบอลบางคนอาจหันไปหนีความเครียดด้วยการดู แทงบอล หรือคุยแซวกันในโซเชียล แต่เอาเข้าจริง ทีมนี้ยังมีศักยภาพจะกลับมาได้เสมอ ลิเวอร์พูลไม่ได้หายไปไหน แค่ต้องกลับมาจัดระเบียบจังหวะในหัวใจและในสนามให้ตรงกันอีกครั้งเท่านั้นเอง.
