ทีมไหนเดือดร้อนสุด นี่คือคำถามที่แฟนบอลตั้งวงคุยกันแทบทุกปีเวลาศึกชิงแชมป์ทวีปแอฟริกากลับมาเตะกลางซีซั่น เพราะมันไม่ใช่แค่รายการเก็บแต้มเกียรติยศของนักเตะแอฟริกัน แต่เป็นช่วงที่หลายสโมสรต้องยอมผละจากความสมบูรณ์แบบของทีมตัวเองแบบช่วยไม่ได้ เหมือนถูกตัดชิ้นส่วนสำคัญออกไปเฉยๆ โดยเฉพาะสโมสรที่ขุมกำลังไม่ได้ลึกมาก พูดง่ายๆ ช่วงนี้ใครรอดคือโชคดี ใครขาดคีย์แมนคือสั่นสะเทือนไปทั้งระบบ และคุณอาจเห็นชื่อทีมใหญ่ ทีมดัง ไปจนถึงทีมที่กำลังวิ่งหนีโซนตกชั้นต้องกลับมาทบทวนเกมกันใหม่ยกชุด แม้แต่แฟนสายเดิมพันในเว็บดังอย่าง ufabet ยังต้องลุ้นหนักว่าทีมรักจะยวบหรือไม่ในช่วงนี้
ทีมไหนเดือดร้อนสุด แรงสะเทือนก่อนทัวร์นาเมนต์เปิดฉาก
ช่วงก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์คือช่วงที่โค้ชหลายคนเริ่มทำหน้าตึง เพราะนี่คือจังหวะที่ต้องนับจำนวนตัวรอดในทีมจริงๆ ขุมกำลังที่เคยมองว่านิ่ง อาจกลายเป็นเหมือนโต๊ะขาที่ถูกถอดออกไปหนึ่งขา แล้วทั้งเกมรับ–เกมรุกกลับล้มครืนอย่างไม่น่าเชื่อ
ทีมที่ได้รับการพูดถึงมากสุดหนีไม่พ้น ซันเดอร์แลนด์ เพราะต้องขาดกำลังหลักถึง 7 ราย ถือว่าหนักสุดในกลุ่มนี้ ไม่ว่าจะปิดเกมริมเส้นหรือออกบอลจากแดนหลัง ทุกอย่างต้องมาวางแผนใหม่แบบด่วนจี๋ ขณะที่ทีมรองๆ อย่างวูล์ฟส์, ฟูแล่ม หรือเบิร์นลี่ย์ ก็อยู่ในกลุ่มที่สะเทือนพอสมควร ถึงขั้นต้องผ่าตัดระบบ 2–3 จุดด้วยซ้ำ
ทีมไหนเดือดร้อนสุด เจาะลึกแต่ละสโมสรแบบกูรูสนามจริง
เริ่มจากซันเดอร์แลนด์ก่อนเลย ทีมนี้ต้องเสียทั้งริมเส้น สปีดแมนแดนรุก ไปจนถึงตัวคุมจังหวะแดนกลาง พูดแบบไม่เกินจริงคือเสียเส้นเลือดใหญ่ทั้งสามท่อนในทีมเดียว จังหวะโต้กลับที่เคยเล่นเร็วอาจหายไปกว่าครึ่ง เงื่อนไขในการลุ้นแต้มจะไม่ง่ายเหมือนก่อน
วูล์ฟส์เองก็ใช่ว่าจะสบาย เพราะต้องเสียตัวที่ยืนคุมแดนกลางแบบเนียนตามากกว่า 1 ราย ทำให้การสวิตช์เกมรุก–รับในจังหวะเร่งด่วนลดประสิทธิภาพชัดเจน
พอเหลือบไปดูฟูแล่มหรือเบิร์นลี่ย์ ก็เจอภาพคล้ายกัน คือขาดนักเตะที่ไม่ได้ดังแบบล่อตา แต่สำคัญต่อระบบทั้งนั้น หากโค้ชอ่านเกมพลาดแค่จังหวะเดียว ทีมอาจเสียเค้าเกมทั้งนัดได้ง่ายมาก

จุดพลิกซีซั่น ทีมลุ้นยุโรป ทีมหนีตกชั้น อาจเปลี่ยนหน้าในเดือนเดียว
ช่วงศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพนี่แหละคือจุดชี้เป็นชี้ตายของหลายทีม โดยเฉพาะทีมที่โครงสร้างเกมพึ่งพาตัวหลักแอฟริกันแบบเด่นชัด คุณอาจเห็นทีมที่เคยเดินเกมลื่นไหล จู่ๆ ก็เล่นเหมือนคนถูกตัดสัญญาณกลางคัน
ทีมกลุ่มกลางตาราง เช่น น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ หรือ คริสตัล พาเลซ อาจต้องยอมลดมาตรฐานการเซ็ตเกมลงเพื่อให้ระบบยังหายใจได้ ส่วนบางทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แม้จะไม่ได้มีจำนวนผู้เล่นหายไปเยอะ แต่ทุกตำแหน่งที่หายไปล้วนต้องใช้เวลาอุดรูรั่วให้ลงตัว ช่วงนี้มักเกิดเรื่องที่หลายทีมไม่อยากให้เกิดฟอร์มแผ่วแบบหาสาเหตุชัดเจนไม่เจอ เหมือนขาดจังหวะสำคัญในเกมไปหนึ่งห้องเครื่อง
ทางออกของโค้ช แก้เกมแบบเร่งด่วน
โค้ชหลายคนเลือกเปิดโอกาสให้ดาวรุ่งขึ้นมาบวกประสบการณ์จริง บ้างก็เลือกปรับตำแหน่งแบบแปลกตาเพื่อคุมความสมดุลของทีมให้ได้มากที่สุด บางทีมจำต้องเล่นเน้นความแน่น ไม่เสี่ยง ไม่โอ้อวดแท็กติก เพราะทุกแต้มคืออากาศหายใจ
สิ่งที่แตกต่างจากช่วงปกติคือจังหวะจู่โจมอาจลดลง แต่การวางเกมแบบ “เอาให้รอดทุกสถานการณ์” จะถูกใช้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ใครเจ็บจริง ใครแค่สะดุด
ถ้ามองแบบรวมภาพ ซันเดอร์แลนด์คือทีมที่เดือดร้อนสุดตามตัวเลขและภาระในระบบที่ต้องแบก วูล์ฟส์และฟูแล่มคือกลุ่มที่อาจสะดุดหนัก ส่วนทีมกลางๆ ต้องลุ้นแทบทุกนัดว่าจะรักษามาตรฐานเกมไว้ได้แค่ไหน
แต่ก็ใช่ว่าจะเลวร้ายไปหมด เพราะบางทีมใช้ช่วงนี้เป็นโอกาสบ่มเพาะแข้งใหม่ให้ขึ้นมาแจ้งเกิดได้เหมือนกัน
ท้ายสุดแล้ว ช่วงทัวร์นาเมนต์นี้อาจเป็นภาพสะท้อนว่าทีมไหนเตรียมตัวมาดี ทีมไหนมีระบบที่แข็งแรงจริง และทีมไหนอาจต้องทบทวนทุกอย่างใหม่หลังพ้นเดือนนี้ไป
